ข้อมูลสภาพทั่วไปของจังหวัดลำปาง
ประวัติความเป็นมาของจังหวัดลำปาง  (ที่มา : สำนักงานจังหวัดลำปาง)

จังหวัดลำปาง มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 1,335 ปี ตั้งแต่สมัยหริ ภุญชัยเป็นต้นมา คือ ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ชื่อของเมืองเขลางค์ อันเป็นเมืองในยุคแรกๆ และเมืองนครลำปาง ปรากฏอยู่ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง ทั้งจากตำนานศิลาจารึกพงศาวดาร และจากคำที่นิยมเรียกกัน โดยทั่วไปอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ตำนานจามเทวี ชินกาลบาลีปกรณ์ ตำนานมูลศาสนา ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานเจ้าเจ็ดตน พงศาวดารโยนก

คำว่า "ละกอน" หรือ "ละคร" (นคร) เป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ที่นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในตำนานและภาษาพูดโดยทั่วไป แม้แต่จังหวัดใกล้เคียงเช่น แพร่ น่าน เชียงราย ลำพูน เชียงใหม่ มักจะเรียก ชาวลำปางว่า "จาวละกอน" ซึ่งหมายถึง ชาวนคร คำว่าละกอนมีชื่อทางภาษาบาลีว่า เรียกว่า "เขลางค์" เช่นเดียวกับ ละพูรหรือลำพูน ซึ่งทางภาษาบาลีเรียกว่า "หริภุญชัย" และเรียกลำปางว่า "ลัมภกัปปะ" ดังนั้น เมือง ละกอนจึงหมายถึง บริเวณอันเป็นที่ตั้งของเมืองเขลางค์ คือเมืองโบราณรูปหอยสังข์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตก ของแม่น้ำวัง อยู่ในตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

ส่วนคำว่า "ลำปาง" เป็นชื่อที่ปรากฏหลักฐานอย่างชัดแจ้งในตำนานพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งมีชื่อเรียกเป็น ภาษาบาลีว่า "ลัมภกัปปนคร" ตั้งอยู่บริเวณลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปาง ไปทางทิศใต้ตามแม่น้ำวังประมาณ 16 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบันตัวเมืองลัมภ กัปปนคร มีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่

ลักษณะของเมือง ศึกษาดูจากภาพถ่ายทางอากาศและการเดินสำรวจทางภาคพื้นดินพบว่ามีคันคูล้อมรอบ 3 ชั้น (แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น) นอกจากนี้พบเศษกระเบื้อง ภาชนะดินเผาเศียรพระพุทธรูปดินเผา สมัยหริภุญชัยและสถูปแบบสมัยหริภุญชัย สันนิษฐานว่าเมืองลัมภกัปปะ นี้น่าจะเป็นเมืองกัลปนาสงฆ์ (เมืองทาง ศาสนา) มากกว่าจะเป็นเมืองทางอาณาจักรที่มีอำนาจทางการปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบแบบแผน

ตามตำนานวัดพระธาตุลำปางหลวง (ฉบับสาขาสมาคม เพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรมประจำจังหวัด ลำปาง) ได้กล่าวถึงเรื่องราวของเมืองลำปางไว้ว่า "พระพุทธเจ้าได้เสด็จด้วยลำดับบ้านใหญ่เมืองน้อย ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าไปรอดบ้านอันหนึ่งชื่อ ลัมพการีวัน พระพุทธเจ้านั่งอยู่เหนือดอยม่อนน้อย สูงสะหน่อย ยังมีลัวะ ชื่ออ้ายคอน มันหันพระพุทธเจ้า เอาน้ำผึ้งใส่กระบอกไม้ป้างมาหื้อทานแก่พระพุทธเจ้า กับหมากพ้าว 4 ลูก พระพุทธเจ้ายื่นบอกน้ำเผิ้งหื้อแก่มหาอานนท์ถอกตกปากบาตร พระพุทธเจ้าฉันแล้ว ชัดบอกไม้ไปตกหนเหนือ แล้วพระพุทธเจ้าทำนายว่า สถานที่นี้จักเป็นเมืองอันหนึ่งชื่อ "ลัมภางค์"

ดังนั้น นามเมืองลำปาง จึงหมายถึง ชื่อของเมืองอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน จังหวัดลำปางเดิมชื่อ "เมืองนครลำปาง" จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ศิลาจารึก เลขทะเบียน ลป.1 จารึกเจ้าหมื่นคำเพชรเมื่อ พ.ศ. 2019 และศิลาจารึกเลขทะเบียน ลป.2 จารึกเจ้าหาญสีทัต ได้จารึกชื่อเมืองนี้ว่า "ลคอร" ส่วนตำนานชินกาลมารีปกรณ์ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานเมืองเชียงแสน ตลอดจนพงศาวดารของทางฝ่ายเหนือ ก็ล้วนแล้วแต่เรียกชื่อว่า เมืองนครลำปาง แม้แต่เอกสารทางราชการสมัย รัตนโกสินตอนต้น ก็เรียกเจ้าเมืองว่า พระยานครลำปาง นอกจากนี้จารึกประตูพระอุโบสถวัดบุญวาทย์วิหาร ก็ยังมี ข้อความตอนหนึ่งจารึกว่า เมืองนครลำปาง แต่เมื่อมีการปฏิรูปบ้านเมืองจากมณฑลเทศาภิบาลเป็นจังหวัด ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 ปรากฏว่าชื่อของเมืองนครลำปางได้กลาย มาเป็นจังหวัดลำปางมาจนกระทั่งทุกวันนี้

สัญลักษณ์จังหวัดลำปาง  (ที่มา : สำนักงานจังหวัดลำปาง)
Photo

ตราประจำจังหวัดลำปาง

"รูปไก่ขาวยืนอยู่ในซุ้มมณฑปพระธาตุลำปางหลวง"

หมายถึง. ไก่เผือก เป็นสัญลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยเมืองกุกุตตนคร (ตำนานเมืองลำปาง) และ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญโดยปรากฏเครื่องหมายไก่เผือก คู่กับ ดวงตราแผ่นดินในศาลากลางเมืองลำปาง ตั้งแต่ สมัยเริ่มเปลี่ยนที่ทำการเมืองจาก "เค้าสนามหลวง" เป็นศาลากลางเมืองนครลำปางขึ้น ในสมัยเริ่มสร้างศาลากลาง หลังแรก เมื่อ พ.ศ. 2452

ซุ้มมณฑปที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นศิลปกรรมล้านนาที่งดงามมาก วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปาง มีองค์พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเป็นที่เคารพสักการะของ พุทธศาสนิกชนทั่วโลก


คำขวัญของจังหวัดลำปาง

"ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก"

Photo

ดอกไม้ประจำจังหวัด

"ดอกธรรมรักษา"

ชื่อสามัญ. Heliconia
ชื่อวิทยาศาสตร์. Heliconia spp.
ชื่อพื้นเมือง. ต้นธรรมรักษา ก้ามกุ้ง สร้อยกัทลี
ลักษณะทั่วไป. ธรรมรักษาเป็นพรรณไม้ล้มลุก อวบน้ำ มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่า เหง้า ลักษณะคล้ายกับกล้วย ลำต้นมีความสูงประมาณ 1 - 2 เมตร การเจริญเติบโตจะแตกหน่อออกมาเป็นกอ ใบเรียงตัวสลับกัน ลักษณะของใบคล้ายใบกล้วยหรือพุทธรักษา มีสีเขียว ผิวเรียบเป็น มัน ขนาดของใบขึ้นกับชนิดของพันธุ์ ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น ลักษาณะช่อดอกตั้งและห้อยลง แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ใน แต่ละช่อดอกมี 4 - 8 ดอก ดอกมีสีส้ม สีแดง เหลือง และชมพู ผลคือส่วนของดอกเมื่อแก่ก็จะกลายเป็นเมล็ด


Photo

ต้นไม้ประจำจังหวัด

"ต้นกระเจา หรือ ขะจาว"

ต้นไม้มงคลประจำจังหวัดลำปางอายุ 2,500 กว่าปี ตามตำนาน กล่าวว่ามีชายชาวล๊วะคนหนึ่งได้นำกิ่งขะจาวทำเป็นไม้คานหาบกระบอกน้ำผึ้ง มะพร้าว มะตูม มาถวายพระพุทธองค์ ซึ่งประทับอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ภายหลังอธิฐานนำไม้ขะจาวปักโดยใช้ทางปลายปักลงเกิดเป็นกิ่งก้านสาขาขึ้นมา

ชื่อวิทยาศาสตร์. Holoptelea integrifolia .
ชื่อพื้นเมือง. กระเจา หรือ ขะจาว
ลักษณะทั่วไป. ไม้ต้นผลัดใบขนาดกลาง สูงประมาณ 20-30 ม. เรือนยอดรูปไข่ โปร่ง ลำต้นเปลา ตรง กิ่งก้านห้อยลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาล-เทา แตกเป็นร่องตามยาวตื้นๆ และมีต่อมอากาศสีขาว กระจายทั่วลำต้น เปลือกชั้นในสีขาวอมชมพู เป็นเส้นใยเหนียว.

ลักษณะทางกายภาพ  (ที่มา : สำนักงานจังหวัดลำปาง)
Photo

ที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ : จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงแผ่นดินสาย พหลโยธิน ประมาณ 602 กม. ตามทางรถไฟประมาณ 625 กม. มีเนื้อที่ประมาณ 12,533.961 ตร.กม. หรือประมาณ 7,833,726 ไร่ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของภาคเหนือ รองจากเชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน และเพชรบูรณ์ มีอาณาเขตติดต่อกับ จังหวัดข้างเคียงถึง 7 จังหวัด ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา

ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดตาก

ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดแพร่ และสุโขทัย

ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดลำพูน

สภาพภูมิประเทศ : จังหวัดลำปาง อยู่สูงจากระดับน้ำ ทะเล 268.80 เมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นรูปยาวรี ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงอยู่ทั่วไปทอดตัวยาวตามแนวทิศเหนือไปทางทิศใต้ของจังหวัด และ ในบริเวณตอนกลางของจังหวัดบางส่วนมีที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำและตามลักษณะทางกายภาพทางด้านธรณีสัณฐานวิทยา จังหวัดลำปางมีพื้นที่เป็นที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขา มีลักษณะเป็นแอ่งแผ่นดินที่ยาวและกว้างที่สุดในภาคเหนือ เรียกว่า "อ่างลำปาง" ลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ บริเวณตอนบนของจังหวัด เป็นที่ราบสูง ภูเขา และ เป็นป่าค่อนข้างทึบอุดมสมบูรณ์ด้วยไม้มีค่าได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองปาน แจ้ห่ม วังเหนือ และ งาว บริเวณตอนกลางของ จังหวัด เป็นที่ราบและที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ พื้นที่อำเภอห้างฉัตร เมืองลำปาง เกาะคา แม่ทะ และสบปราบ บริเวณตอนใต้ของจังหวัดเป็นป่าไม้รัง บางส่วนเป็นทุ่งหญ้า ได้แก่ พื้นที่ อำเภอเถิน แม่พริก บางส่วนของอำเภอเสริมงาม และแม่ทะ

สภาพภูมิอากาศ : ลักษณะภูมิอากาศ จากลักษณะพื้นที่ของจังหวัดที่เป็นแอ่งคล้ายก้นกะทะ จึงทำให้อากาศ ร้อนอบอ้าวเกือบตลอดปีฤดูร้อนร้อนจัด และหนาวจัดในฤดูหนาว ลักษณะภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มประมาณต้นเดือน มีนาคม จนถึงกลางเดือน พฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าวมาก เดือนที่มี อากาศร้อนที่สุด คือ เดือนเมษายน ฤดูฝน เริ่มประมาณกลางเดือน พฤษภาคม ถึง เดือนตุลาคม ฤดูหนาวเริ่ม ประมาณเดือน พฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงที่มีอากาศหนาวจัดคือเดือนมกราคม

การคมนาคม :

ทางรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 52 แยกซ้าย เข้าทาง หลวงหมายเลข 32 ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค ์แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก ตรงเข้าสู่จังหวัดลำปาง รวมระยะทางทั้งสิ้น 599 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 7 ชั่วโมง หรือจะใช้ เส้นทางสายใหม่จากพิษณุโลกเข้าเด่นชัยและลำปางได้

ทางรถโดยสารประจำทาง : ทางรถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดบริการรถโดยสารธรรมดา และ ปรับอากาศ ไปกลับลำปางทุกวัน ตามตารางเดินรถ

ทางรถไฟ : ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถด่วน รถเร็วและรถธรรมดา จากกรุงเทพไปลำปางทุกวัน ตามตารางเดินรถ

ทางเครื่องบิน : มีเที่ยวบินระหว่างลำปางกับกรุงเทพทุกวัน จำนวนสองสายการบิน ได้แก่ นกแอร์ จำนวน 4 เที่ยวบินต่อวัน และบางกอกแอร์เวย์ จำนวน 3 เที่ยวบินต่อวัน

ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ :อำเภอเมือง-อำเภอแม่เมาะ 45 กิโลเมตร, อำเภอเมือง-อำเภอเถิน 96 กิโลเมตร , อำเภอเมือง-อำเภอแม่พริก 125 กิโลเมตร , อำเภอเมือง- อำเภองาว 83 กิโลเมตร , อำเภอเมือง-อำเภอเกาะคา 13 กิโลเมตร , อำเภอเมือง-อำเภอวังเหนือ 110 กิโลเมตร , อำเภอเมือง-อำเภอแม่ทะ 26 กิโลเมตร , อำเภอเมือง-อำเภอแจ้ห่ม 54 กิโลเมตร , อำเภอเมือง- อำเภอสบปราบ 59 กิโลเมตร , อำเภอเมือง –อำเภอเสริมงาม 40 กิโลเมตร , อำเภอเมือง –อำเภอห้างฉัตร 16 กิโลเมตร